ข่าวประชาสัมพันธ์

กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ ฯ

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ลดปัญหาฝุ่นละออง โดยนวัตกรรมจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ ณ จังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้รับมอบหมายจากศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. โดยคณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ให้ดำเนินกิจกรรม ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ด้วยนวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” ในการผลิตปุ๋ยหมักและดินปลูกต้นไม้จากวัชพืชและผักตบชวา ซึ่งศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 3 เห็นว่านวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” สามารถนำไปขยายผลในกลุ่มเกษตรกรอื่น ๆ เช่น เกษตรกรเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว (ข้าวโพดและอ้อย) เพื่อช่วยลดปัญหาหมอกควันจากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและวัชพืช โดยการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและวัชพืชมาแปรรูปในการทำปุ๋ยหมักและดินปลูก และอาหารเลี้ยงสัตว์ โดยจังหวัดกำแพงเพชรเป็นพื้นที่เป้าหมายแรกที่มีวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรจำนวนมาก ที่จะดำเนินการเพื่อลดปัญหาหมอกควัน วช. ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 3 จังหวัดกำแพงเพชร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กจากการเผา” ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 โดย พลตรี วีรยุทธ กวยะปาณิก เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 3 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวต้อนรับ และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวความเป็นมาของกิจกรรม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 250 คน โดย ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และทีมวิจัยร่วมเป็นวิทยากร ทั้งนี้ วช. จะดำเนินการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อีก 4 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร และตาก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมีรายได้เสริมจากการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยหมัก อาหารสัตว์ และดินปลูกต้นไม้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและวัชพืช และช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดจากการเผา รวมทั้งเกิดเป็นต้นแบบในการจัดการกับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและวัชพืชอย่างถูกวิธี เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน และเกิดความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดำเนินกิจกรรมอย่างยั่งยืน
42 view
07 พ.ย. 63
อ่านต่อ

สืบสานพระราชดำริขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ณ จังหวัดอุทัยธานี

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำนวัตกรรมจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ จังหวัดอุทัยธานี  วช. ได้รับมอบหมายจากศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. โดยคณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจ กลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ให้ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 ณ สำนักงานเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี โดย พลตรี วีรยุทธ กวยะปาณิก เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 3 ผู้แทนศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวความเป็นมา และร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กล่าวต้อนรับ โดยครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ทั้งสิ้นจำนวน 210 คน และ วช. จะดำเนินการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมทั้งสิ้น 8 จังหวัด ซึ่งจังหวัดอุทัยธานีเป็นจังหวัดสุดท้ายในการจัดกิจกรรมนี้ วช. ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาลำน้ำที่พร้อมนำไปสู่การใช้ประโยชน์และพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดำเนินชีวิตภายใต้เศรษฐกิจพอเพียงและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และ วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มาสาธิตวิธีการใช้เครื่อง และให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการทำปุ๋ยหมักและดินปลูกจากวัชพืชและผักตบชวา ให้แก่ชุมชน นักเรียน นักศึกษา เพื่อสร้างเป็นต้นแบบในการผลิตปุ๋ยหมักและดินปลูกต้นไม้จากวัชพืชและผักตบชวา สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเกษตรและจำหน่ายเป็นการเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน เกิดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชนด้วยนวัตกรรมที่ช่วยกำจัดวัชพืชและผักตบชวา
10 ก.ย. 63

วช. สืบสานพระราชดำริ ขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ของประชาชน ณ จังหวัดนครสวรรค์

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำนวัตกรรมจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา ภายใต้โครงการ จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ วช. ได้รับมอบหมายจาก ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. โดยคณะกรรมการ จิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติให้ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2562 โดย พลตรี วีรยุทธ กวยะปาณิก เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ภาค 3 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติกล่าวความเป็นมา และนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวต้อนรับ ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งในปีนี้ วช. ได้จัดกิจกรรม ในหลายจังหวัดตามภูมิภาค และจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่ 7 ในการจัดกิจกรรม โดย วช. จะดำเนินการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง วช. ได้ ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาลำน้ำที่พร้อมนำไปสู่การใช้ประโยชน์และพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดำเนินชีวิตภายใต้เศรษฐกิจพอเพียงและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และ วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มาสาธิตวิธีการใช้เครื่อง และให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการทำปุ๋ยหมักและดินปลูกจากวัชพืชและผักตบชวา ให้แก่ชุมชน นักเรียน นักศึกษา เพื่อสร้างเป็นต้นแบบในการผลิตปุ๋ยหมักและดินปลูกต้นไม้จากวัชพืชและผักตบชวา สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ในการเกษตรและจำหน่ายเป็นการเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน เกิดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชนด้วยนวัตกรรมที่ช่วยกำจัดวัชพืชและผักตบชวา
02 ก.ย. 63

วช. นำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน ณ บางกระเจ้า สมุทรปราการ

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ภายใต้ “โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาส มหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ตามที่ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ณ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ตำบลบางกระเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดย พลตรี สุรเดช ประเคนรี รองแม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฯ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวความเป็นมาของกิจกรรมฯ และนางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ประธานกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และ ดร.มงคลชัย สมอุดร รองประธานกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรมฯ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จำนวน 145 คน วช. นำผลงานวิจัยและนวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” ของ ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ที่ได้รับทุนจาก วช. มาสาธิตวิธีการใช้เครื่องรวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการทำปุ๋ยหมักและดินปลูกจากวัชพืชและผักตบชวา และการปลูกพืช “การปรุงดิน: การทำดินไม่ดีให้กลายเป็นดินดีภายใน 14 วัน” รวมทั้ง “การปลูกผักในถุงดำแล้วนำไปเลี้ยงต่อที่บ้าน: ปลูกแบบง่ายๆ แต่ให้ได้อย่างมืออาชีพ” โดย นายสุเทพ กุลศรี เครือข่ายการควบคุมโดยชีววิธี ศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ วช. ให้แก่ชุมชน นักเรียน นักศึกษา เพื่อสร้างเป็นต้นแบบในการผลิตปุ๋ยหมักและดินปลูกต้นไม้จากวัชพืชและผักตบชวา เพื่อนำไปใช้ในการเกษตรและจำหน่ายเป็นการเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน เกิดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชนด้วยนวัตกรรมที่ช่วยกำจัดวัชพืชและผักตบชวา และเป็นการพัฒนาลำน้ำพร้อมนำไปสู่การใช้ประโยชน์และพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดำเนินชีวิตภายใต้เศรษฐกิจพอเพียงและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
01 ก.ค. 63

วช. จัดกิจกรรมการนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (ต่อเนื่อง)

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ภายใต้ “โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ในวันที่ 25 มิถุนายน 2562 2562 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โดยมี พลโท ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวต้อนรับ เวลา 09.00 กิจกรรมดังกล่าวจัดเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน และทำให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษามีรายได้จากนำวัชพืชและผักตบชวามาทำปุ๋ยหมักหรือดินปลูก เพื่อนำไปใช้ในการเกษตรและจำหน่าย ซึ่งส่งผลให้สิ่งแวดล้อมในคลองและลำน้ำดีขึ้น และผลักดันให้เกิดเป็นต้นแบบชุมชนในการจัดการกับวัชพืชและผักตบชวาในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนและขยายผลไปยังชุมชนอื่น ๆ ต่อไป การดำเนินงานอาศัยข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการวัชพืชและผักตบชวา ที่สามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบตั้งแต่การนำมาผลิตเป็นเครื่องจักสาน งานหัตถกรรม การใช้เพื่อการบำบัดน้ำ การใช้เพื่อผสมเป็นอาหารสัตว์ การนำมาหมักเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ ตลอดจนการนำมาทำเป็นวัสดุปรับปรุงดินและปุ๋ย แต่กิจกรรมการนำวัชพืชและผักตบชวามาแปรรูปในการทำปุ๋ยหมักหรือดินปลูก เป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ดีและยั่งยืนที่สุด สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ วช. ได้นำนวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” ผลงานวิจัยของ ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก วช. และ“ระบบคลังความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาลำน้ำ” บนเว็บไซต์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (www.krw.nrct.go.th) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาลำน้ำและชีวิต แก้ไขปัญหาลำน้ำได้ตรงความต้องการของชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิต และเพิ่มรายได้ให้ประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป
25 มิ.ย. 63
1 2 3